เซฟตี้สวิทช์ Safety Switch

เซฟตี้สวิทช์ Safety Switch

Featured Products

Recent Products

CLICK ทีชื่อเพื่อ DOWNLOAD

CLICK >> 01_PL_ABB_Ability << CLICK

CLICK >> 02_PL_ABB_CircuitBreaker << CLICK

CLICK >> 03_PL_ABB_ArcGuard << CLICK

CLICK >> 04_PL_ABB_M1M << CLICK

CLICK >> 05_PL_ABB_SafetyAndReliabilityOfControlSystem << CLICK

CLICK >> 06_PL_ABB_McbStotz << CLICK

CLICK >> 07_PL_ABB_SPD << CLICK

CLICK >> 08_PL_ABB_Contactor << CLICK

CLICK >> 09_PL_ABB_Pilot << CLICK

CLICK >> 10_PL_ABB_ElectronicTimeRelay << CLICK

CLICK >> 11_PL_ABB_PowerPlug << CLICK

CLICK >> 12_PL_ABB_SmartHome << CLICK

CLICK >> 13_PL_ABB_EVCharger << CLICK

CLICK >> 14_PL_ABB_CAPBank << CLICK

 

แมกเนติกคอนแทคเตอร์คืออะไร? Magnetic Contactor (PMK Talk x ABB)

1. แมกเนติกคอนแทคเตอร์ มีหน้าที่ในการตัดต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งสามารถสั่งการทำงานด้วยการจ่ายแรงดันไปที่ชุดสนามแม่เหล็กเพื่อตัดต่อวงจร โดยมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ

1.1 ชุดสร้างสนามแม่เหล็ก ที่ประกอบด้วย แกนเหล็กและขดลวด เป็นส่วนสั่งงานให้แมกเนติกทำงาน(ตัดหรือต่อวงจร)
1.2 ชุดหน้าสัมผัสหรือหน้าทองขาวทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไปยังโหลด (Load)

2. การเลือกแมกเนติกคอนแทคเตอร์ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

2.1 พิจารณาจากแรงดัน(V) มีแรงดัน 2 ส่วน

2.1.1 แรงดันใช้งาน คือแรงดันส่วนหน้าสัมผัส จากคอนแทคเตอร์ไปโหลด (แรงดันมาตรฐานที่ใช้ในไทย380-415V)
2.1.2 แรงดันไฟเลี้ยง หรือแรงดันคอยล์(Voltage Coil) เป็นแรงดันที่ส่งไปที่ขดลวดให้คอนแทคเตอร์ทำงาน

2.2 พิจารณาจากกระแส(I)ใช้งาน กระแส(I)ใช้งานตามประเภทของโหลด โดยทั่วไปจะเป็น AC-1,AC-3

IEC_UtilizationCategory
รูปที่ 1 : ลักษณะกระแสของโหลดอ้างอิง IEC 60947-4-1

ลักษณะกระแสของโหลดแต่ละชนิดจะอ้างอิงจาก IEC 60947-4-1 (จากรูปที่ 1) สามารถแบ่งได้หลายประเภท โดยโหลดทั่วไปคือ AC-1 และ AC-3

Magnetic_AC
รูปที่ 2 : กระแสของโหลด AC ที่ Magnetic AF ใช้ได้ระบุ Pricelist

2.2.1 AC-1ใช้กับ Non-Inductive Load เช่น Heater
2.2.1 AC-3ใช้กับโหลดที่เป็นมอเตอร์

3. วิธีการอ่านรหัสรุ่น AF(ยกตัวอย่างรุ่น AF09-30-10-13)

ABBAFContactorReading
รูปที่ 3 : ความหมายของรหัสคอนแทคเตอร์รุ่น AF

3.1 AF คือ รุ่นที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์คอยล์

3.2 09 คือ ขนาดกระแสของหน้าคอนแทคหรือหน้าทองขาว

3.3 30 คือ เมนคอนแทค

30 = 3NO,0NC

3.4 10 คือ คอนแทคช่วย Auxiliary Contact

10 = 1 NO, 0 NC
01 = 0 NO, 1 NC
11 = 1 NO, 1 NC

3.5 13 คือ ไฟเลี้ยง(Operating Coil) สามารถจ่ายไฟเลี้ยงได้ (100-250VAC/DC) เป็นรุ่นที่มีสต็อค ส่วนรุ่นอื่นจะเป็นรุ่นสั่งนอก

11 = 24-60 VAC/20-60 VDC
12 = 48-130 VAC/DC
13 = 100-250 VAC/DC
14 = 250-500 VAC/DC

4. คุณสมบัติของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ ABB รุ่น AF

AF ABB Voltage Range
รูปที่ 4 : ย่านแรงดันไฟเลี้ยง

4.1 เป็นคอนแทคเตอร์แบบอิเล็คทรอนิกส์คอยล์(Electronic Coil)ทำให้รับไฟเลี้ยงได้ทั้ง AC และDC ย่านแรงดันกว้าง 100-250 VAC/VDC

4.2 มี Surge Suppressor ในตัวป้องกันระบบคอนโทรลไม่ให้เสียหายที่เกิดจากพลังงานสะสมไหลย้อนกลับ

ABB Magnetic Size AF A
รูปที่ 5 : ขนาด Magnetic รุ่นใหม่ AF ที่ขนาดเล็กกว่ารุ่น A

4.3 มีขนาดเล็กลง เมื่อเทียบกับคอนแทคเตอร์รุ่นเก่าทำให้ประหยัดพื้นที่ในตู้

4.4 ประหยัดไฟมากขึ้น เพราะใช้หม้อแปลงขนาดเล็กลงทำให้กินไฟน้อยลง

5.ความแตกต่างของแมกเนติกคอนแทคเตอร์รุ่น AF และ UA

Contactor AF UA Compare
รูปที่ 5 : คอนแทคเตอร์ ABB รุ่น AF และรุ่น UA
AC1 AC3 AC6b Current
รูปที่ 6 : ลักษณะกระแสใช้งาน AC1, AC3 และ AC6b

แมกเนติกคอนแทคเตอร์ของ ABB รุ่น UA ผลิตมาเพื่อการใช้งานสำหรับการตัดต่อวงจร Capacitor Bank โดยเฉพาะ ซึ่งมีชุดหน้าสัมผัส(หน้าทองขาว) ผลิตด้วยวัสดุชนิดพิเศษ ที่รองรับกระแสในช่วงการตัดต่อของวงจร Capacitor Bank ที่มีกระแสสูงถึง 100 เท่า แต่รุ่น UA ซึ่งผลิตมาเพื่อใช้กับโหลดประเภท AC-1 กับ AC-3 ซึ่งมีกระแสสูงสุดที่ 6 เท่า เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรใช้คอนแทคเตอร์รุ่น AF แทนรุ่น UA สำหรับการตัดต่อวงจร Capacitor Bank ยกเว้นกับวงจร Capacitor Bank ขนาดใหญ่ที่มากกว่า 70KVAR

หากอ่านแล้วยังเกิดข้อสงสัยสามารถตามไปดู Video Youtube เกี่ยวกับ แมกเนติกคอนแทคเตอร์ ได้ตามลิ้งข้างล่าง

Continue Reading →

 

สายไฟประกอบด้วยอะไรบ้าง Cable Structure (PMK Talk x Phelps Dodge Cable)

หน้าที่หลักของสายไฟฟ้าคือส่งผ่านกระแสจากจุดนึงไปอีกจุดนึง แต่สายไฟฟ้ามีหลายชนิดและหลายแบบ สิ่งที่แยกความแตกต่างของแต่ละชนิดคือ โครงสร้างของสาย, ลักษณะและวัสดุที่นำมาใช้ในโครงสร้างนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว สายไฟประกอบด้วยโครงสร้าง3ชั้นหลักๆ คือ ตัวนำ, ฉนวน และ เปลือก

โครงสร้างสายไฟ
รูปที่ 1 : โครงสร้างสายไฟ

1. โครงสร้างสายไฟประกอบด้วย

1.1 ตัวนำ ทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไปยังโหลด (Load)
1.2 ฉนวน ทำหน้าที่ป้องกันการลัดวงจร, อันตรายจากการสัมผัสกับตัวนำโดยตรง, ป้องกันไฟรั่ว และ ห่อหุ้มตัวนำไม่ให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมาจากตัวนำ
1.3 เปลือกนอก ทำหน้าที่ป้องกันตัวนำและฉนวนจากการขูดขีดระหว่างการติดตั้ง และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น แสงแดด,ความชื้น และ สารเคมี

2. ประเภทของตัวนำ

ประเภทของตัวนำ

2.1 สายแข็ง แบ่งได้ 2ประเภท

2.1.1 เส้นเดี่ยว (Solid) class1 เป็นทองแดงเส้นเดียวหุ้มฉนวน
2.1.2 ตีเกลียว (Stranded) class2 ตัวนำแบบตีเกลียวมีลักษณะ เป็นทองแดงเส้นเล็กๆแล้วนำมาตีเกลียวเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถดัดโค้งงอได้ง่ายกว่าแบบเส้นเดี่ยว และ หักยากกว่าแบบเส้นเดี่ยว

2.2 สายอ่อน

2.2.1 สายฝอย(Flexible) class5 ใช้เส้นลวดทองแดงเส้นเล็กมากหลายเส้น นำมาบิดรวมเข้าด้วยกัน ลักษณะพิเศษคืออ่อนตัวโค้งง่าย ทนต่อแรงสั่นสะเทือน เหมาะกับการเคลื่อนย้ายบ่อยหรือใช้ต่อกับมอเตอร์ที่มีแรงสั่นสะเทือนระหว่างการใช้งาน

3. วัสดุที่นิยมนำมาใช้กับ ตัวนำ, ฉนวน และ เปลือก ในสายไฟ

3.1 ตัวนำ(ทองแดง, อลูมิเนียม)

ตัวนำสายไฟทองแดงกับอลูมิเนียม

3.1.1 ทองแดง (Copper) นำไฟฟ้าได้ดี สามารถรีดเป็นขนาดเล็กได้ โค้งงอได้ง่ายกว่าอลูมิเนียม จึงนิยมใช้ภายในอาคารและติดตั้งใต้ดิน ที่หน้างานมีความแคบ และต้องทำการดัดและเดินสายไปตามแนวอาคาร
3.1.2 อลูมิเนียม (Aluminium) มีน้ำหนักเบา จึงนิยมติดตั้งแขวนลอยในอากาศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการทำโครงสร้างรองรับน้ำหนักของสายไฟ แต่อลูมิเนียมไม่สามารถรีดเป็นขนาดเล็กได้ และดัดโค้งงอได้ไม่ดีเท่าทองแดง

3.2 ฉนวน (PVC, XLPE)

ตารางเปรียบเทียบของฉนวนXLPEกับPVC

3.2.1 PVC ทนอุณหภูมิ 70 องศา มีความอ่อนตัวดัดโค้งงอได้ง่าย และต้านทานการลุกไหม้ได้ดีกว่า XLPE
3.2.2 XLPE ทนอุณหภูมิได้ถึง 90 องศา มีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูงกว่า PVC มีความแข็งตัวมากดัดโค้งงอได้ยาก และลามไฟอย่างรวดเร็ว

3.3 เปลือก (PVC, PE, LSHF)

เปลือก (PVC, PE, LSHF)

3.3.1 PVC ต้านการลุกไหม้ได้ดีแต่ไม่เท่า LSHF และมีควันเป็นพิษ
3.2.2 PE มีความแข็งแรงสูงสุดป้องกันความชื้นได้ดีกว่า PVC และ LSHF และไม่มีแก๊สที่มีฤทธิ์เป็นกรด
3.2.3 LSHF (Low Smoke Halogen Free) ต้านทานการลุกลามไฟได้ดีที่สุด ควันน้อยและไม่มีแก๊สที่มีฤทธิ์เป็นกรด

4. ชั้นพิเศษที่นอกเหนือจาก ตัวนำ ฉนวน และเปลือก

ชั้น Armour และชั้น Shield ของสายไฟ

ชั้นของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการติดตั้ง ผู้ใช้งานสามารถสั่งผลิตสายตามที่ต้องการได้
4.1 Armour เป็นเทปหรือลวดโลหะที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับสายไฟ เพิ่มเติมจากชั้นฉนวน
4.2 Shield เป็นเทปหรือลวดโลหะ ถ้ามีอยู่ในสายคอนโทรลจะทำหน้าที่ลดทอนสัญญาณรบกวน แต่ถ้าอยู่ในสายไฟฟ้ากำลังจะทำหน้าที่ป้องกันสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ให้แผ่ออกมา
4.3 ปลอกตะกั่ว เป็นการหุ้มชั้นตะกั่วอยู่ภายในสายไฟฟ้าช่วยป้องกันความชื้น,ไอน้ำมันและสารเคมีที่กัดกร่อน นิยมใช้ในโรงกลั่นน้ำมัน หรือ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

5. ความแตกต่างของโครงสร้างสายไฟ NYY และ IEC10

สาย IEC10 และ NYY มีทองแดงเป็นตัวนำ PVCเป็นทั้งฉนวนและเปลือกเหมือนกัน แต่ฉนวนและเปลือกของ NYY มีความหนามากกว่า จึงทำให้สาย NYY รับแรงดันได้สูงกว่า IEC10 และ สาย NYYสามารถร้อยท่อฝังดิน หรือฝั่งดินโดยตรงได้ ส่วนสายไฟ IEC10 รับแรงดันได้น้อยกว่า ความหนาของฉนวนและเปลือกบางกว่าสาย NYY ไม่สามารถร้อยท่อฝังดินหรือฝังดินโดยตรงได้

IEC10 NYY Compare Table

หากอ่านแล้วยังเกิดข้อสงสัยสามารถตามไปดู Video Youtube เกี่ยวกับ ส่วนประกอบของสายไฟคืออะไรบ้าง ได้ตามลิ้งข้างล่าง

Continue Reading →